คนสองคน ถ้า “บุคลิคภาพส่วนตัว” ต่างกันมากๆสามารถคบกันได้ไหม?

ในคาบของการเรียนปริญญาโทที่ CMMU ฉันได้มีโอกาสเรียนวิชานึงชื่อว่า Organization Behavior เกี่ยวกับวิชาการจัดการคนในองค์กร ซึ่งมีการนำ Personality Type ทั้ง 16 แบบมาศึกษาวิเคราะห์และนำมาประยุกต์ใช้ในการทำงาน ซึ่ง P-type ดังกล่าวนั้นเรียกว่า Myers-Briggs Type Indicator หรือ MBTI  นั่นเองค่ะ โดย P-type นั้นสามารถแบ่งออกได้เป็น คู่ทั้งหมดสี่คู่คือ Introversion (I) or Extraversion (E) / Intuition (N) or Sensing (S) / Thinking (T) or Feeling (F) / Judging (J) or Perceiving (P)  นั่นซึ่งเจ้าตัวอักษรเหล่านี้มีความเชื่อมโยงกันอยู่ และสามารถอธิบายได้ว่า คนๆนี้มีนิสัยส่วนตัวเป็นอย่างไรค่ะ การทำงานที่เหมาะสมของเขาสามารถปรับใช้กับเราได้ไหม ซึ่งถ้าองค์กรทราบถึง P-type ก็จะมีประสิทธิภาพและการบริหารได้ดียิ่งขึ้น

img_2303-copy

ก่อนจะเริ่ม ขอพูดถึง Personality Type ก่อน เราต้องทำความเข้าใจว่า Personality Type ของแต่ละคน ไม่เหมือนกัน และ เปลี่ยนแปลงได้ยากมากถึงมากที่สุดค่ะ เพราะการกระทำของเรา หรือลึกๆในพื้นที่ส่วนตัวของเรา ถ้าเลือกได้ ก็จะเลือกกิจกรรมที่เป็น Personality Type สำหรับเราเอง เราจะรู้สึกสบายใจที่จะเป็นแบบนี้ แต่พฤติกรรม (Bahavior) ของเราอาจจะเปลี่ยนไปได้เวลาทำงาน เช่น บางคนขึ้นเป็นผู้บริหาร จะปรับพฤติกรรมตัวเองให้เป็นแบบ Extraversion (E)  เพราะต้องพบปะ พูดคุยกับผู้คนเยอะ แต่ลึกๆ หรือพอได้อยู่บ้าน ก็จะมีนิสัยรักความสงบ ชาร์ตพลังงานโดยการมีโลกส่วนตัวค่ะ

ทีนี้กลับมาถึงคำถามที่ทุกคนเคยนึกสงสัย เวลาที่เราคบกับใครคนหนึ่งว่า คนสองคน ถ้า “บุคคลิกภาพส่วนตัว” ต่างกันมากๆ หรือตรงข้ามกันอย่างสุดขั้ว จะสามารถคบกันได้ไหม?  คำตอบแบบชัดเจดเลยก็คือ “ได้เสมอเลยค่ะ” ;’)) และเพื่อนๆอย่าเพิ่งคิดว่าเหมาะหรือไม่เหมาะกันนะคะ เช่น เราจะเห็นคู่รักบางคู่ที่ดูไม่ค่อยมีอะไรเหมือนกันเลย แต่กลับอยู่ด้วยกันได้ บางคนดูเงียบขรึม ทั้งที่แฟนดูร่าเริงมาก พวกเขาอยู่ด้วยกันได้อย่างไร? อาจจะฟังดูน้ำเน่ามากที่จะแค่พูดว่า “ก็เรารักกันนี่นา”  แต่มันเป็นเรื่องจริงค่ะ ฮ่าๆ มีเหตุผลตามหลักสนับสนุนอยู่ กล่าวคือ การที่เราเลือกชอบคนๆนึงและอยากจะคบกับเขาได้ มันมีหลายปัจจัยมากที่เชื่อมต่อกันอยู่ ทั้งฮอร์โมนและการหลั่งสารในสมองของเรา และบางครั้งเราก็เลือกชอบใครคนนึงเพียงเพราะเขาเป็นคนที่ดู “น่ารัก” สำหรับเรา โดยที่ไม่ได้สนใจว่าอีกฝ่ายจะเป็น Type ไหนกันแน่ เพราะชีวิตจริงของคนเราทุกคนคนคงไม่ได้เอาแบบสอบถามไปแจก แล้วก็ให้อีกฝ่ายทำ เพื่อให้ได้คำตอบหรอกใช่ไหมคะ ? ทีนี้เราก็ลองวิเคราะห์ดีกว่า ว่าคนในความสัมพันธ์เราเป็นคนอย่างไร เพื่อจะได้อยู่กันอย่างลงตัว ปรับตัวเข้าหากัน และเข้าใจเขาได้ดีขึ้นค่ะ

อาจารย์ได้ให้คำตอบนักเรียนในห้องว่า การที่คนเราถ้าคบกันได้ กล่าวคือ พวกเขาตระหนักและรับรู้ รวมถึง “ให้คุณค่า” กับสิ่งที่อีกฝ่ายหนึ่งไม่มีค่ะ พวกเขาจะมี Value บางอย่างร่วมกัน เช่น บางคนหัววิทยาศาสตร์มาก ก็จะรักและให้ค่าคนที่มีหัวศิลป์เพราะเป็นสิ่งที่เขาขาดหายไป และอยู่ด้วยกันได้เพราะว่า พวกเขาอาจจะมีจุดมุ่งหมายและให้ความหมายแก่บางอย่างร่วมกัน เช่น เป็นคนรักครอบครัวเช่นกัน หรือมีความรักในการเรียนรู้คล้ายๆกัน ประมาณนี้ค่ะ

ที่น่าสนใจคือ บางครั้ง คู่ตรงข้ามกันมักจะอยู่ด้วยกันและดึงดูดได้เหมือนกันค่ะ อย่างคู่ Judging (J) กับ Perceiving (P) กล่าวคือ คนนึงอาจจะเป็นฝ่ายวางแผน ส่วนอีกคนเป็นฝ่ายเรื่อยเปื่อย ไม่วางแผนอะไรเลย พอมาอยู่ด้วยกันเป็น ความเข้ากันอย่างลงตัว แบบนี้ก็ได้ค่ะ หรือ ยกตัวอย่างการคบหาในความสัมพันธ์ทั่วไป จากประสบการณ์ส่วนตัว คู่ตรงข้ามที่น่าสนใจ คือ ตัวฉันเป็น Introvert ค่ะ ฉันคิดว่าฉันมีเพื่อนเป็น Extovert เยอะมากพอสมควร แถมยังดึงดูดพวก E หลากหลายซะด้วยสิ  และบางครั้งฉันหนื่อยมากค่ะ ฮ่าๆ ชาว Introvert จะเหนื่อยง่ายมากๆ เวลาต้องพูด ต้องเข้าสังคม ไม่ชอบปาร์ตี้ ฉันรักการอ่านหนังสือและการเขียน จะพูดไม่ค่อยเก่งเท่าไหร่ ชอบอยู่แต่บ้าน (อาจเลยไปถึงขั้นรำคาญการเจอคนเยอะด้วย) และฉันได้ค้นพบว่า ที่ตัวฉันเองดึงดูดเพื่อนๆ Type E  เพราะ Introvert เป็นฝ่ายที่รับฟังเก่งค่ะ มักจะพูดอะไร จะคิดก่อน จะใช้เวลานาน แต่เพื่อนๆ Type E จะเป็นพวกคิดไปด้วย พูดไปด้วย รักการเข้าสังคม มีพลังงานจากการพบเจอผู้คน ประมาณนี้ค่ะ ฮ่าๆ ซึ่งตัวฉันก็มักจะแอบปลื้มเพื่อนๆที่เป็น Extovert อยู่บ่อยๆเช่นกัน (เพราะทำแบบเค้าไม่ได้) เราคิดว่าก็ต้องทำความเข้าใจกันและกัน และให้พื้นที่แก่ทั้งคู่ค่ะ ;’))

อย่างไรก็ตาม การศึกษาอ้างอิงส่วนใหญ่มักแนะนำว่า ถ้าเป็นพวกเดียวกันก็จะเข้าใจกันและอยู่ร่วมกันได้ดีกว่าค่ะ  แต่สำหรับฉัน ฉันว่าอาจจะเจอปัญหาเช่นกันสำหรับบางคู่ค่ะ เช่น คู่ Introvert เพราะ พอทะเลาะกันที ต่างคนก็ต่างไม่พูด ไม่เคลียร์ อยากอยู่ในพื้นที่นี้ และไม่ตามหากัน จบ หาย ลากันที ก็อาจเกิดขึ้นได้ค่ะ ; ) ฉันลองนั่งจินตนาการถ้ามีอีกคนนิสัยเหมือนเราคงดี แต่มันจะต้องเจ็บปวดนิดนึงแน่เลย ฮ่าๆ เพราะฉะนั้น เราคิดว่า การที่เราขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เพราะว่ารอใครอีกคนที่  Personality Type ต่างกันมาทำให้ลงตัว เหมือนเป็นความลับของจักรวาลเลยค่ะ ;’)

การศึกษาเรื่อง Personality Type ต่างๆดังกล่าวนี้ ถ้าเราตอบและเราค้นพบความจริงที่น่าสับสนเช่นกัน นั่นเพราะคนเราทุกคนไม่ได้เป็นอย่างใดอย่างนึงแบบสุดขั้ว สุดโต่งค่ะ  อย่างตัวเรา ฉันเองก็สงสัยว่าเป็น INFP หรือ INFJ กันแน่นะ ฉันคิดมาตลอดว่าเราเป็น P (Percieving) หรือเปล่า เพราะเราเองเป็นสาวสายติสท์ ชิวและเซอร์มากๆ ชอบล่องลอยไปนั่นนี่ คำตอบคือ ที่ฉันคิดว่าฉันเป็น P (Percieving) เพราะพื้นฐานทางบ้านฉันชิวๆค่ะ ฮ่าๆ แถมคนไทยยังมี Cultural Background ที่ “สบายๆ” ด้วย ก็เลยกลายเป็นคนผ่อนปรนไปซะได้  สรุปสังคมพาไปนั่นเองค่ะ ฮ่าๆ แแต่เราค้นพบว่า ลึกๆฉันเป็นมนุษย์พวก  J (Judging) ค่ะ เพราะเราชอบทำตามแผน เป็นขั้นตอน และอยากได้ Deadline ชัดเจนมากเช่นกันค่ะ อย่างตอนที่ไปเที่ยว ถ้าพวก Percieving  จะไม่สนใจ ไม่แคร์ว่าจะไปไหนบ้าง ประมาณว่า ไปถึง เดี๋ยวก็รู้กันเนอะ แต่พวก Judging ก็จะวางแผนตลอดเลย และฉันค้นพบว่า ฉันเคยไปเที่ยวญี่ปุ่นคนเดียว และวางแผน โดยที่เปิดกูเกิ้ลแบบเป๊ะๆ แถมยังวางแผนจดจำการเดินทางโดยตนเองเลย และฉันก็ชอบวางแผนให้คนอื่นอย่างชัดเจนแน่นอนด้วยค่ะ เราคิดว่า สิ่งเหล่านี้ถ้าเราเป็นพวก Perceiving (P) เราอาจจะไม่ทำก็ได้ค่ะ เพราะฉะนั้น ตอนนี้เราเลยกำลังค้นหา และศึกษาคำตอบของเราเช่นกัน แต่ตัวอักษรสามตัวแรกอของเราอย่าง Introvert (I) , Intuition (N) และ Feeling (F) นี่เราทำกี่ทีก็ได้เหมือนเดิมค่ะ ;’)

สิ่งที่ฉันต้องการอยากจะบอกก็คือ การเรียนรู้นิสัยส่วนตัว และ Personality Type นั้น สอนให้เราเป็นคนไม่ตัดสินผู้อื่นค่ะ เวลาไปทำงาน หรือเจอเจ้านาย จะทำให้เราวิเคราะห์ได้ ว่าเจ้านายเป็นคนแบบนี้ เราควรทำอย่างไรให้การตกลงมีความลงตัว หรือ เราอาจจะเจอคนที่ไม่เหมือนเรา และคิดว่า เอ๊ะ มีคนแบบนี้บนโลกด้วยหรอ .. ปรากฏว่ามีอยู่จริงค่ะ สิ่งที่อยากให้ทุกคนได้เรียนรู้คือ ลองสังเกตคนรอบตัว ลองเดาว่าเขาเป็น Personality Type อะไร และอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขนะคะ ;’)

ปล. แล้วเพื่อนๆละคะ มีบุคลิคภาพส่วนตัวของแต่ละคนเป็นอย่างไรบ้าง? ทุกคนสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ลิงค์ที่ให้ไว้ได้นี้ค่ะ (เป็นภาษาอังกฤษนะคะ) มีการ์ตูนน่ารักและอธิบายได้เข้าใจมากเลยค่ะ ถ้าเพื่อนๆคนไหนสนใจอยากพูดคุยและศึกษาไปด้วยกัน ฉันยินดีเสมอเลยนะคะ  ^_ ^ https://www.16personalities.com/articles/our-theory

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s